ร่วมบูรณะพระธาตุม่อนเปี๊ยะ

unnamed


10704042_863432377002380_213263679335737564_n

 

ช่วงนี้หน้างานกฐินสามัคคีทั่วทุกวัด ตามพระพุทธานุญาตต้องจบงานกฐินภายในวันลอยกระทง ทำให้หลายคนได้ซองจากบุญกฐินหลายวัดหลายแห่งในจังหวะเดียวกัน ก็ทำบุญไปตามกำลังที่มี แต่ละวัดก็จะเอาปัจจัยไปทำนุบำรุงเสนาสนะในบวรพุทธศาสนาทั้งนั้น ทำให้ในช่วงเดือนนี้ชาวพุทธได้ทำบุญกันมากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโรคขยาดซองบุญกฐินเอาเรื่องเลยทีเดียว

แต่วันนี้ ไม่ได้มาชวนท่านให้มาทำบุญ มาถวายทานให้วัดดอยผาส้ม เพราะงานกฐินปีนี้ของวัดดอยผาส้ม ก็มีการจัดงานกฐินเช่นกัน คือจะทอดผ้ากฐิน วันที่ ๒๖ ตุลาคม อาตมาจะรับแต่ผ้า ส่วนเงินปัจจัยทั้งหมด จะเอาไปถวายต่อ ให้อีกที่หนึ่ง ไม่ว่าจะได้มากน้อยเพียงใด ก็จะขอถวายจนหมดบัญชีที่เปิดไว้ เพื่อไปซ่อมแซมบูรณะสถานที่สำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งเท่าที่อาตมาเคยรู้จัก สถานที่แห่งนี้ ไม่มีเจ้าอาวาส ไม่มีประธานสงฆ์ ไม่มีใครดูแลรักษา ไม่มีใครเลย

ท่านคงสงสัย คงอยากทราบว่า ทำไมที่แห่งนี้จึงสำคัญมากถึงขนาดนั้น จนคณะสงฆ์วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม และคณะศรัทธาทุกสายตั้งแต่เคยร่วมบุญกันมา จะมารวมพลังกันอีกสักครั้ง ในงานบุญกฐินครั้งนี้ เราได้ประธานงานกฐินครั้งนี้ คือ ดร.ขาว หรือ คุณอรรชกา สีบุญเรือง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ เพิ่งแต่งตั้งได้ไม่ถึงเดือน จะพาคณะจากกระทรวงอุตสาหกรรมมาทำบุญใหญ่ บนดอยผาส้ม และจากนั้นจะเดินทางลงจากดอย ไปทำพิธีบวงสรวง ณ สถานที่ที่ว่านั้นต่อไปในช่วงบ่าย

อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นสิ่งดลจิตดลใจ ให้พวกเราต้องทุ่มเทกันขนาดนี้ อาตมาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แต่ตอนนี้รู้เพียงว่า กำลังใจมันเต็มที่ ที่จะบอกกับใครก็ได้ ว่า มาไหม มาช่วยกัน มาร่วมกันกับทางอาตมาและวัดดอยผาส้ม เงินสักบาทเราไม่เอาเลยนะ เราจะไปถวาย ไปมอบให้ที่นี่กัน ที่ไหนหรือ ขอตอบว่า ที่ๆพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาเหยียบลงตรงนี้ ที่ๆเป็นจุดหัวใจ แห่งเส้นทางบุญของคนแถบนี้ ทั้งอำเภอสะเมิง และชาวเขาชาวดอยโดยรอบข้าง เขาทราบถึงความศักดิ์สิทธิ์ และความแรงของสถานที่แห่งนี้ โดยเฉพาะปีใดฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล เพียงมาอธิษฐานขอฝน ยังไม่ทันกลับออกไป ฝนก็ลงเม็ดให้แล้ว

สิ่งสำคัญที่สุดที่ครูบาศรีวิชัย ผู้นำการบูรณะพระธาตุแห่งนี้คนสุดท้าย ได้กำชับสั่งเอาไว้ว่า ห้ามละเมิดล่วงเกินโดยเด็ดขาด ท่านว่าไว้มาเมื่อเก้าสิบปีที่แล้วโน้นว่า อย่าให้ผ้าซิ่นผู้หญิง ขึ้นไปทับพาดผ่าน หรือแม้เพียงเงาก็ห้ามเด็ดขาด คงไม่ต่างจากที่ขุนหลวงวิลังคะ ผู้เป็นใหญ่แห่งลัวะ ได้เสียทีแก่พระแม่จามเทวี จนมนต์คาถาได้เสื่อมสิ้นไป และพ่ายแพ้การเดิมพัน จนต้องครอมใจสิ้นชีวิต ก็เพราะผ้าซิ่นผู้หญิงนี้แหละ ที่ได้ถูกเย็บเป็นหมวก และท่านขุนหลวงไม่ทราบเล่ห์กลแห่งอิสตรี นำหมวกใบงามไปสวมใส่บนศีรษะ จนเป็นเรื่องโศกนาฏกรรมที่ชาวลัวะไม่มีวันลืม

แล้วสถานที่แห่งนี้ในวันนี้เล่า ประสบชะตากรรมเป็นเช่นไร ใครรู้บ้าง ใช่แล้ว โศกนาฎกรรมกลับมาเกิดเช่นกัน เพราะคนยุคหลัง ไม่เชื่อ ไม่ศรัทธา ไม่น้อมรับฟัง หรือไม่ทราบเลย ก็ไม่ใช่ข้ออ้าง เพราะในระยะหลัง มีผู้หญิงได้ขึ้นไปบนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ และทำให้คำสั่งของครูบาศรีวิชัยที่ย้ำเอาไว้ ถูกละเมิด เป็นเช่นเดียวกับที่ขุนหลวงวิลังคะ เสียท่าเพราะผ้าซิ่นผู้หญิงไปอยู่บนศีรษะท่านเอง

แต่ต่างกันที่ว่า ณ สถานที่แห่งนี้ ท่านทราบไหม ว่าเป็นศีรษะของใคร มาลองดูคำบูชาพระธาตุ ที่รจนาขึ้น
โดยครูบาศรีวิชัย ณ สถานที่แห่งนี้ดูไหม มาดูประโยคแรก

……………….. นะมามิ เกศา ธาตุง โคตะโม เสฏโฐ ………………..

ขอถามว่า โคตะโม เสฏโฐ เป็นศีรษะของใคร ท่านคิดว่าคนๆนี้คือใคร
……………………………………….

คงไม่ต้องพูดต่อให้มากความ ว่าทุกวันนี้ เกิดเหตุวิปริตอันใดบ้าง ณ ที่แห่งนี้ ถึงแม้ว่ามีการดำเนินการบูรณะพระธาตุมาเมื่อไม่กี่ปีก่อน

ดูที่http://www.komchadluek.net/mobi…/detail/20140314/180803.html

แต่ความเสื่อมในความขลังที่เคยเป็นมาก็ยังคงอยู่ ณ ปัจจุบัน ไม่มีฝนให้ตก ไม่มีช่องทาง เข้าจุดเครื่องยนต์ที่ถูกผูกเอาไว้ ก็ถูกปิดโดยไม่ทราบสาเหตุ และที่แน่ๆ ไม่มีใครอยู่ที่นี่ได้ ไม่ว่าจะพระหรือเณร เถร ชี อยู่ไม่นานก็ต้องมีอันเป็นไปต่างๆนานา

ด้วยเหตุที่กล่าวมานี้ พวกเราจึงคิดกันว่า จะมาบูรณะสถานที่แห่งนี้ ซึ่งถูกปล่อยไว้จนรกร้าง และชำรุดทรุดโทรมแบบนี้ ให้กลับมาเป็นพระธาตุม่อนเปี๊ยะ ประจำอำเภอสะเมิง อีกครั้ง โดยเฉพาะพิธีบวงสรวงแบบฉบับของครูบาศรีวิชัย ที่ได้เคยปฏิบัติมาแต่กาลก่อน บุญยังมี ที่เราได้พบผู้ที่ได้สืบทอดพิธีบวงสรวงจากลูกศิษย์คนสุดท้ายของครูบาศรีวิชัย จากเมืองลี้ ในการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และเทพเทวดาอารักษ์ทั้งหมดนั้น ครูบาศรีวิชัยท่านได้ทำพิธีบวงสรวงอย่างไรในวันนั้นเมื่อกว่าเก้าสิบปีมาแล้ว มาช่วงบ่ายวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๕๗ หลังทอดกฐินบนดอยผาส้มแล้ว เราจะไปทำพิธีแบบอย่างนั้นที่พระธาตุม่อนเปี๊ยะ (โปรดดูกำหนดการในไฟล์แนบ)

และในวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ก็จะทำพิธีขอขมา และสวดถอนทั้งหมดออก เป็นการล้างไพ่ใหม่ มาเริ่มใหม่ แล้วจึงทำการบูรณะ เพื่อให้ความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดกลับคืนมา

ท่านจะเชื่อในสิ่งที่เขียนมานี้หรือไม่ ก็แล้วแต่ท่าน โปรดพิจารณาเองเถิด แต่หากใครมีจิตศรัทธา น้อมกาย วาจาลง และได้ร่วมบุญ แม้เพียงคำอนุโมทนาสาธุการ ก็ขอให้บุญกุศลนั้นๆ ได้ส่งผลให้ท่านได้เข้าถึงสิ่งที่ท่านมุ่งมาดปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นมนุษยสมบัติ สวรรค์สมบัติ หรือพระนิพพานสมบัติ ในชาติปัจจุบันด้วยเทอญ

เขียนโดย พระครูธรรมคุต (พระอธิการสรยุทธ ชยปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม)

*****************************************

สามารถร่วมบุญตามอัธยาศัยได้ที่

“บัญชีกองทุนบูรณะพระธาตุม่อนเปี๊ยะ ธนาคารกรุงไทย สาขาเเม่ริม หมายเลขบัญชีออมทรัพย์ ๕๑๕-๐-๓๕๓๐๗-๘”
(ทางวัดสามารถออกใบอนุโมทนาบัตรให้ได้)

อนุโทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนในบุญกฐินทานบูรณะองค์พระธาตุม่อนเปี๊ยะในครั้งนี้นะค่ะ _/|\_

 

 

 

  •  

Comments

comments

No comments yet.

ใส่ความเห็น